พระคัมภีร์ออนไลน์

พระคัมภีร์ในหลายภาษา

ลิงก์ (สีฟ้า) ในภาษาที่คุณเลือกนำคุณไปยังบทความอื่นที่เขียนด้วยภาษาเดียวกัน ลิงก์สีน้ำเงินที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษจะนำคุณไปสู่บทความภาษาอังกฤษ ในกรณีนี้คุณสามารถเลือกจากสามภาษาอื่น ๆ ได้แก่ สเปนโปรตุเกสและฝรั่งเศส

English  Español  Português  Français  Català  Românesc  Italiano  Deutsch 

Polski  Magyar  Hrvatski  Slovenský  Slovenski  český  Shqiptar  Nederlands 

Svenska  Norsk  Suomalainen  Dansk  Icelandic  Lietuvos  Latvijas  Eesti 

ქართული  ελληνικά  հայերեն  Kurd  Azərbaycan  اردو  Türk  العربية  فارسی  עברי  ייִדיש

Pусский  Yкраїнський  Македонски  Български  Монгол  беларускі  Қазақ  Cрпски 

Swahili Hausa Afrikaans Igbo Xhosa Yoruba Zulu Malagasy አማርኛ Somali

हिन्दी  नेपाली  বাঙালি  ਪੰਜਾਬੀ  தமிழ்  中国  ไทย  ខ្មែរ  ລາວ  Tiếng việt  日本の  한국의 

Tagalog  Indonesia  Jawa  Myanmar

(บทความ "การสอนพื้นฐานของพระคัมภีร์" อยู่หลังจาก "ชีวิตนิรันดร์")
ชีวิตนิรันดร์

"คุณจะมีความสุขเท่านั้น" (เฉลยธรรมบัญญัติ 16:15)

ชีวิตนิรันดร์โดยการปลดปล่อยมนุษย์จากพันธนาการแห่งบาป

“พระเจ้า​รัก​โลก​มาก จน​ถึง​กับ​ยอม​สละ​ลูก​คน​เดียวของ​พระองค์ เพื่อ​ทุก​คน​ที่​แสดง​ความ​เชื่อ​ใน​ท่าน​จะ​ไม่​ถูก​ทำลาย แต่​จะ​มี​ชีวิต​ตลอด​ไป (…) พระเจ้า​รัก​โลก​มาก จน​ถึง​กับ​ยอม​สละ​ลูก​คน​เดียว ของ​พระองค์  เพื่อ​ทุก​คน​ที่​แสดง​ความ​เชื่อ​ใน​ท่าน​จะ​ไม่​ถูก​ทำลาย แต่​จะ​มี​ชีวิต​ตลอด​ไป"

(จอห์น 3:16,36)

เมื่อพระเยซูคริสต์บนโลกมักสอนความหวังของชีวิตนิรันดร์ อย่างไรก็ตามเขายังสอนด้วยว่าชีวิตนิรันดร์นั้นจะได้มาจากศรัทธาในการเสียสละของพระคริสต์เท่านั้น (ยอห์น 3:16,36) มูลค่าไถ่ของการเสียสละของพระคริสต์จะช่วยให้การรักษาและการฟื้นคืนชีพ

ปลดปล่อยให้เป็นอิสระผ่านพรของการเสียสละของพระคริสต์

"เหมือน​ที่ ‘ลูก​มนุษย์’ ไม่​ได้​มา​ให้​คน​อื่น​รับใช้ แต่​มา​รับใช้​คน​อื่น และ​สละ​ชีวิต​เป็น​ค่า​ไถ่​ให้​คน​มาก​มาย"

(มัทธิว 20:28)

"หลัง​จาก​ที่​โยบ​อธิษฐาน​เพื่อ​เพื่อน ๆ แล้ว พระ​ยะโฮวา​ก็​ช่วย​โยบ​ให้​พ้น​จาก​ความ​ทุกข์​ทรมาน และ​ให้​เขา​กลับ​มา​ร่ำรวย​เหมือน​เดิม พระ​ยะโฮวา​ให้​โยบ​มี​ทุก​สิ่ง​มาก​กว่า​เดิม​ถึง​สอง​เท่า" (โยบ 42:10) มันจะเหมือนกันสำหรับสมาชิกทุกคนของฝูงชนผู้ยิ่งใหญ่ที่จะรอดชีวิตจากความยากลำบากครั้งใหญ่ พระยะโฮวาพระเจ้าโดยทางพระเยซูคริสต์ จะอวยพรพวกเขาดังที่สาวกเจมส์เตือนเราว่า: เรา​ถือ​ว่า​คน​ที่​อด​ทน​ก็​มี​ความ​สุข พวก​คุณ​เคย​ได้​ยิน​เรื่อง​ความ​อด​ทน​ของ​โยบ และ​รู้​ว่า​ตอน​จบ​พระ​ยะโฮวา ให้​อะไร​กับ​เขา​บ้าง นั่น​แสดง​ว่า​พระ​ยะโฮวา เมตตา และ​มี​ความ​เห็น​อก​เห็น​ใจ​จริง" (ยากอบ 5:11)

(การเสียสละของพระคริสต์ช่วยให้การให้อภัยและค่าไถ่ซึ่งช่วยให้การแลกเปลี่ยนของร่างกายผ่านการฟื้นคืนชีพและการรักษา)

(ฝูงชนจำนวนมากของทุกประเทศจะรอดชีวิตจากความยากลำบากครั้งใหญ่ (วิวรณ์ 7:9-17))

การเสียสละของพระคริสต์ที่จะรักษามนุษยชาติ

"และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​ที่​อยู่​ใน​แผ่นดิน​นั้น​พูด​ว่า “ฉัน​ป่วย” เพราะ​ผู้​คน​ที่​อยู่​ที่​นั่น​ได้​รับ​การ​ยก​โทษ​และ​ไม่​มี​ความ​ผิด​แล้ว" (อิสยาห์ 33:24)

“ใน​ตอน​นั้น คน​ตา​บอด​จะ​มอง​เห็น คน​หู​หนวก​จะ​ได้​ยิน ใน​ตอน​นั้น คน​ง่อย​จะ​กระโดด​โลด​เต้น​ได้​เหมือน​กวาง คน​ใบ้​จะ​โห่​ร้อง​อย่าง​มี​ความ​สุข น้ำ​จะ​พุ่ง​ขึ้น​มา​ใน​ที่​กันดาร และ​จะ​มี​ลำธาร​มาก​มาย​ใน​ที่​ราบ​กันดาร" (อิสยาห์ 35:5,6)

การเสียสละของพระคริสต์จะทำให้มนุษย์ยังเยาว์วัยอีกครั้ง

"ให้​เนื้อหนัง​ของ​เขา​เปล่ง​ปลั่ง ยิ่ง​กว่า​ตอน​เป็น​เด็ก และ​ให้​เขา​กลับ​มี​เรี่ยว​แรง​เหมือน​ตอน​เป็น​หนุ่ม’" (โยบ 33:25)

การเสียสละของพระคริสต์จะช่วยให้คนตายฟื้นคืนชีพ

"หลาย​คน​ที่​ตาย​ไป​แล้ว​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา บาง​คน​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา​มี​ชีวิต​ตลอด​ไป" (ดาเนียล 12:2)

"และ​ผม​มี​ความ​หวัง​ใน​พระเจ้า​เหมือน​ที่​พวก​เขา​มี ความ​หวัง​ของ​ผม​ก็​คือ​ทั้ง​คน​ดี และ​คน​ชั่ว จะ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย" (กิจการ 24:15)

"ไม่​ต้อง​แปลก​ใจ​ใน​เรื่อง​นี้ เพราะ​จะ​มี​เวลา​ที่​ทุก​คน​ซึ่ง​อยู่​ใน​อุโมงค์​ฝัง​ศพ จะ​ได้​ยิน​เสียง​ท่าน  และ​จะ​ออก​มา คน​ที่​ทำ​ดี​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา​แล้ว​ได้​ชีวิต ส่วน​คน​ที่​ทำ​ชั่ว​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา​แล้ว​ถูก​ตัดสิน​ลง​โทษ" (จอห์น 5:28,29)

"แล้ว​ผม​ก็​เห็น​บัลลังก์​ใหญ่​สี​ขาว​กับ​ผู้​ที่​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​นั้น โลก​และ​ฟ้า​สวรรค์​หาย​วับ​ไป​จาก​สายตา​พระองค์ ไม่​มี​ที่​สำหรับ​โลก​และ​ฟ้า​สวรรค์​อีก​เลย  แล้ว​ผม​ก็​เห็น​คน​ตาย​ทั้ง​ผู้​ใหญ่​ผู้​น้อย​ยืน​อยู่​ต่อ​หน้า​บัลลังก์​นั้น และ​ม้วน​หนังสือ​ต่าง ๆ ถูก​คลี่​ออก มี​ม้วน​หนังสือ​อีก​ม้วน​หนึ่ง​ถูก​คลี่​ออก​ด้วย คือ​ม้วน​หนังสือ​ที่​มี​ราย​ชื่อ​คน​ที่​จะ​ได้​ชีวิต แล้ว​คน​ตาย​ก็​ถูก​พิพากษา​ตาม​การ​กระทำ​ของ​ตัว​เอง​โดย​อาศัย​สิ่ง​ที่​เขียน​ไว้​ใน​ม้วน​หนังสือ​ต่าง ๆ นั้น  ทะเล​ได้​ปล่อย​คน​ที่​ตาย​ใน​ทะเล ความ​ตาย​และ​หลุม​ศพ ก็​ปล่อย​คน​ตาย​ที่​อยู่​ใน​นั้น แล้ว​พวก​เขา​แต่​ละ​คน​ก็​ถูก​พิพากษา​ตาม​การ​กระทำ​ของ​ตัว​เอง" (วิวรณ์ 20:11-13)

คนที่ไม่ยุติธรรมที่ฟื้นคืนชีพจะถูกตัดสินบนพื้นฐานของการกระทำที่ดีหรือไม่ดีของพวกเขาในโลกใหม่ในอนาคต

(การบริหารของการฟื้นคืนชีพของโลกการฟื้นคืนชีพในสวรรค์; การฟื้นคืนชีพบนโลก)

การเสียสละของพระคริสต์จะทำให้ฝูงชนผู้ยิ่งใหญ่รอดจากความยากลำบากครั้งใหญ่และมีชีวิตนิรันดร์โดยไม่ตาย

"หลัง​จาก​นั้น ผม​ก็​เห็น ดู​นั่น! มี​ชน​ฝูง​ใหญ่​ที่​ไม่​มี​ใคร​นับ​จำนวน​ได้ จาก​ทุก​ประเทศ ทุก​ตระกูล ทุก​ชน​ชาติ และ​ทุก​ภาษา ยืน​อยู่​หน้า​บัลลังก์​และ​หน้า​ลูก​แกะ​ของ​พระเจ้า พวก​เขา​สวม​เสื้อ​คลุม​ยาว​สี​ขาว และ​ถือ​ใบ​ปาล์ม พวก​เขา​ตะโกน​ไม่​หยุด​ว่า “ความ​รอด​มา​จาก​พระเจ้า​ของ​เรา​ผู้​นั่ง​บน​บัลลังก์ และ​มา​จาก​ลูก​แกะ​ของ​พระองค์”

แล้ว​ทูตสวรรค์​ทุก​องค์​ที่​ยืน​อยู่​รอบ​บัลลังก์​และ​รอบ​พวก​ผู้​ปกครอง กับ​สิ่ง​มี​ชีวิต 4 ตน​นั้น​ก็​หมอบ​ลง​นมัสการ​พระเจ้า​ตรง​หน้า​บัลลังก์​นั้น และ​พูด​ว่า “อาเมน ขอ​ให้​พระเจ้า​ของ​เรา​ได้​รับ​คำ​สรรเสริญ เกียรติยศ สติ​ปัญญา การ​ขอบคุณ ความ​นับถือ ฤทธิ์​อำนาจ และ​กำลัง​ตลอด​ไป อาเมน”

แล้ว​ผู้​ปกครอง​คน​หนึ่ง​ก็​ถาม​ผม​ว่า “คน​ที่​ใส่​เสื้อ​คลุม​ยาว​สี​ขาว พวก​นี้​เป็น​ใคร​และ​มา​จาก​ไหน?” ผม​ตอบ​ทันที​ว่า “ท่าน​ครับ ท่าน​ก็​รู้​อยู่​แล้ว” เขา​จึง​บอก​ผม​ว่า “พวก​เขา​เป็น​คน​ที่​ผ่าน​ความ​ทุกข์​ยาก​ลำบาก​ครั้ง​ใหญ่ และ​ได้​ซัก​เสื้อ​คลุม​ของ​ตัว​เอง​และ​ทำ​ให้​ขาว​ด้วย​เลือด​ของ​ลูก​แกะ​ของ​พระเจ้า เพราะ​อย่าง​นี้ พวก​เขา​ถึง​ได้​มา​อยู่​หน้า​บัลลังก์​ของ​พระเจ้า​และ​ทำ​งาน​รับใช้​ที่​ศักดิ์สิทธิ์​ให้​พระองค์​ทั้ง​วัน​ทั้ง​คืน​ใน​วิหาร​ของ​พระองค์ และ​พระองค์​ผู้​นั่ง​บน​บัลลังก์ นั้น​จะ​กาง​เต็นท์​ของ​พระองค์​ปก​ป้อง​พวก​เขา พวก​เขา​จะ​ไม่​หิว​และ​กระหาย​อีก​เลย ดวง​อาทิตย์​และ​ความ​ร้อน​จะ​ไม่​แผด​เผา​พวก​เขา เพราะ​ลูก​แกะ​ของ​พระเจ้า ซึ่ง​อยู่​ตรง​กลาง​ที่​บัลลังก์​นั้น​ตั้ง​อยู่​จะ​เลี้ยง​ดู​พวก​เขา และ​จะ​พา​พวก​เขา​ไป​ที่​น้ำพุ​ต่าง ๆ ซึ่ง​มี​น้ำ​ที่​ให้​ชีวิต แล้ว​พระเจ้า​จะ​เช็ด​น้ำตา​ทุก​หยด​จาก​ตา​ของ​พวก​เขา”" (วิวรณ์ 7:9-17) (ฝูงชนจำนวนมากของทุกประเทศจะรอดชีวิตจากความยากลำบากครั้งใหญ่)

อาณาจักรของพระเจ้าจะปกครองโลก

"จาก​นั้น ผม​เห็น​ฟ้า​สวรรค์​ใหม่​และ​โลก​ใหม่ ฟ้า​สวรรค์​เก่า​และ​โลก​เก่า​นั้น​สูญ​สิ้น​ไป​แล้ว และ​ไม่​มี​ทะเล+อีก​ต่อ​ไป ผม​เห็น​เมือง​บริสุทธิ์​ด้วย คือ​เยรูซาเล็ม​ใหม่​ที่​กำลัง​ลง​มา​จาก​สวรรค์ เมือง​นั้น​มา​จาก​พระเจ้า และ​เตรียม​ไว้​พร้อม​เหมือน​เจ้าสาว​ที่​แต่ง​ตัว​อย่าง​สวย​งาม​สำหรับ​เจ้าบ่าว  แล้ว​ผม​ได้​ยิน​เสียง​ดัง​จาก​บัลลังก์​นั้น​บอก​ว่า “ดู​นั่น​สิ เต็นท์​ศักดิ์สิทธิ์*ของ​พระเจ้า​อยู่​กับ​มนุษย์​แล้ว พระองค์​จะ​อยู่​กับ​พวก​เขา และ​พวก​เขา​จะ​เป็น​ประชาชน​ของ​พระองค์ พระเจ้า​จะ​อยู่​กับ​พวก​เขา  และ​พระเจ้า​จะ​เช็ด​น้ำตา​ทุก​หยด​จาก​ตา​ของ​พวก​เขา ความ​ตาย​จะ​ไม่​มี​อีก​ต่อ​ไป ความ​โศก​เศร้า​หรือ​เสียง​ร้องไห้​เสียใจ​หรือ​ความ​เจ็บ​ปวด​จะ​ไม่​มี​อีก​เลย สิ่ง​ที่​เคย​มี​อยู่​นั้น​ผ่าน​พ้น​ไป​แล้ว”" (วิวรณ์ 21:1-4) (อาณาจักรของพระเจ้าบนโลก; เจ้าชาย; นักบวช; เลวี)

ปาฏิหาริย์ของพระเยซูคริสต์เพื่อเสริมสร้างศรัทธาในความหวังของชีวิตนิรันดร์

"ที่​จริง พระ​เยซู​ยัง​ทำ​อะไร​อีก​มาก​มาย ถ้า​จะ​เขียน​ไว้​ทั้ง​หมด​ละ​ก็ ผม​คิด​ว่า​โลก​นี้​คง​ไม่​มี​ที่​พอ​จะ​เก็บ​ม้วน​หนังสือ​ทั้ง​หมด​นั้น​ได้" (จอห์น 21:25)

พระเยซูคริสต์รักษาแม่เลี้ยงของอัครสาวกเปโตร: "ตอน​ที่​พระ​เยซู​มา​ถึง​บ้าน​ของ​เปโตร ท่าน​เห็น​แม่ยาย​ของ​เขา นอน​ป่วย​เป็น​ไข้​อยู่  พระ​เยซู​จึง​แตะ​มือ​เธอ เธอ​ก็​หาย​ไข้​แล้ว​ลุก​ขึ้น​มา​รับใช้​ท่าน" (มัทธิว 8:14,15)

พระเยซูคริสต์ทรงรักษาชายตาบอด: "เมื่อ​พระ​เยซู​เดิน​ทาง​ใกล้​ถึง​เมือง​เยรีโค มี​ผู้​ชาย​ตา​บอด​คน​หนึ่ง​นั่ง​ขอ​ทาน​อยู่​ริม​ทาง เมื่อ​เขา​ได้​ยิน​เสียง​คน​มาก​มาย​เดิน​ผ่าน​ไป เขา​ก็​ถาม​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น มี​คน​บอก​เขา​ว่า “เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ​กำลัง​ผ่าน​มา​ทาง​นี้” เขา​จึง​ร้อง​ว่า “ท่าน​เยซู ลูก​หลาน​ดาวิด ขอ​เมตตา​ผม​ด้วย” คน​ที่​เดิน​อยู่​ข้าง​หน้า​จึง​บอก​เขา​ให้​เงียบ แต่​เขา​กลับ​ร้อง​ตะโกน​ดัง​ขึ้น​อีก​ว่า “ท่าน​ผู้​เป็น​ลูก​หลาน​ดาวิด​ครับ ขอ​เมตตา​ผม​ด้วย” พระ​เยซู​จึง​หยุด​เดิน​และ​สั่ง​ให้​พา​คน​นั้น​มา​หา แล้ว​ท่าน​ก็​ถาม​เขา​ว่า  “มี​อะไร​ให้​ผม​ช่วย​ไหม?” เขา​ตอบ​ว่า “นาย​ท่าน ช่วย​ทำ​ให้​ผม​มอง​เห็น​ด้วย​เถอะ” พระ​เยซู​จึง​บอก​เขา​ว่า “ได้​สิ มอง​เห็น​เถอะ ความ​เชื่อ​ของ​คุณ​ทำ​ให้​คุณ​หาย​เป็น​ปกติ​แล้ว” ทันใด​นั้น เขา​ก็​มอง​เห็น​ได้ แล้ว​เดิน​ตาม​พระ​เยซู​ไป พร้อม​กับ​สรรเสริญ​พระเจ้า เมื่อ​ประชาชน​เห็น​อย่าง​นั้น​ก็​พา​กัน​สรรเสริญ​พระเจ้า​ด้วย" (ลูกา 18:35-43)

พระเยซูคริสต์รักษาคนโรคเรื้อน: "มี​คน​โรค​เรื้อน​คน​หนึ่ง​มา​หา​พระ​เยซู เขา​ถึง​กับ​คุกเข่า​ลง​อ้อน​วอน​ท่าน​ว่า “เพียง​แค่​ท่าน​อยาก​ช่วย ท่าน​ก็​จะ​รักษา​ผม​ได้”  พระ​เยซู​รู้สึก​สงสาร​เขา จึง​ยื่น​มือ​ออก​สัมผัส​ตัว​เขา​และ​พูด​ว่า “ผม​อยาก​ช่วย หาย​โรค​เถอะ” แล้ว​เขา​ก็​หาย​จาก​โรค​เรื้อน​ทันที" (มาระโก 1:40-42)

พระเยซูคริสต์ทรงรักษาอัมพาต: "หลัง​จาก​นั้น มี​เทศกาล ของ​ชาว​ยิว และ​พระ​เยซู​ไป​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม ใกล้ ๆ ประตู​แห่ง​หนึ่ง​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ที่​ชื่อ​ประตู​แกะ มี​สระ​น้ำ​ที่​เรียก​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ว่า​เบธซาธา ซึ่ง​มี​ระเบียง​ทาง​เดิน 5 ระเบียง มี​คน​มาก​มาย​ที่​ป่วย ตา​บอด ขา​พิการ และ​แขน​ขา​ลีบ มา​นอน​อยู่​ที่​ระเบียง ที่​นั่น​มี​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​ป่วย​มา 38 ปี​แล้ว เมื่อ​พระ​เยซู​เห็น​เขา​นอน​อยู่​และ​รู้​ว่า​เขา​ป่วย​มา​นาน ท่าน​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า “คุณ​อยาก​หาย​ป่วย​ไหม?”  ผู้​ชาย​ที่​ป่วย​นั้น​ตอบ​ว่า “คุณ​ครับ ไม่​มี​ใคร​ช่วย​พา​ผม​ลง​ไป​ใน​สระ​เลย​ตอน​ที่​น้ำ​กระเพื่อม พอ​ผม​จะ​ลง​ไป คน​อื่น​ก็​แย่ง​ลง​ไป​ก่อน” พระ​เยซู​บอก​เขา​ว่า “ลุก​ขึ้น เก็บ​เสื่อ*ขึ้น​มา แล้ว​เดิน​ไป​เถอะ”  ผู้​ชาย​คน​นั้น​ก็​หาย​ป่วย​ทันที แล้ว​เขา​ก็​เก็บ​เสื่อ*ของ​เขา​และ​เดิน​ไป" (ยอห์น 5:1-9)

พระเยซูคริสต์ทรงหยุดพายุ: “ครั้ง​หนึ่ง พระ​เยซู​ลง​เรือ​ไป​กับ​พวก​สาวก  แล้ว​เกิด​พายุ​ใหญ่​ใน​ทะเลสาบ คลื่น​ซัด​จน​น้ำ​ท่วม​เรือ แต่​พระ​เยซู​ก็​ยัง​นอน​หลับ​อยู่ พวก​สาวก​จึง​มา​ปลุก​ท่าน​และ​บอก​ว่า “นาย​ครับ ช่วย​ชีวิต​พวก​เรา​ด้วย พวก​เรา​กำลัง​จะ​ตาย​กัน​อยู่​แล้ว” แต่​ท่าน​บอก​พวก​เขา​ว่า “ทำไม​ต้อง​กลัว พวก​คุณ​มี​ความ​เชื่อ​น้อย​จริง ๆ” แล้ว​ท่าน​ก็​ลุก​ขึ้น​สั่ง​คลื่น​ลม​ให้​สงบ และ​ทุก​อย่าง​ก็​สงบ​นิ่ง  พวก​เขา​จึง​แปลก​ใจ​มาก​และ​พูด​กัน​ว่า “ท่าน​เป็น​ใคร​กัน? แม้​แต่​ลม​และ​ทะเล​ก็​ยัง​เชื่อ​ฟัง​ท่าน​เลย”” (มัทธิว 8:23-27)

ปาฏิหาริย์นี้แสดงให้เห็นว่าในโลกใหม่จะไม่มีพายุหรืออุทกภัยที่จะก่อให้เกิดภัยพิบัติอีกต่อไป

พระเยซูคริสต์ คืนชีพ บุตรชายของหญิงม่าย: "จาก​นั้น​ไม่​นาน พระ​เยซู​เดิน​ทาง​ไป​ที่​เมือง​นาอิน พวก​สาวก​กับ​คน​กลุ่ม​ใหญ่​ก็​ตาม​ไป​ด้วย เมื่อ​ใกล้​จะ​ถึง​ประตู​เมือง มี​คน​หาม​ศพ​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​สวน​ทาง​ออก​มา คน​ตาย​นั้น​เป็น​ลูก​ชาย​คน​เดียว​ของ​แม่​ม่าย มี​คน​มาก​มาย​จาก​เมือง​นั้น​มา​กับ​เธอ​ด้วย เมื่อ​พระ​เยซู​เห็น​แม่​ม่าย​คน​นั้น​ก็​สงสาร จึง​พูด​กับ​เธอ​ว่า “อย่า​ร้องไห้​เลย” แล้ว​ท่าน​เข้า​ไป​ใกล้​และ​แตะ​แคร่​นั้น คน​ที่​หาม​แคร่​ก็​หยุด และ​ท่าน​พูด​ว่า “หนุ่ม​น้อย ผม​ขอ​บอก​ให้​คุณ​ลุก​ขึ้น”  คน​ตาย​นั้น​ก็​ลุก​ขึ้น​นั่ง​แล้ว​เริ่ม​พูด พระ​เยซู​จึง​มอบ​เขา​ให้​แม่ ทุก​คน​ก็​กลัว แล้ว​พา​กัน​สรรเสริญ​พระเจ้า​ว่า “มี​ผู้​พยากรณ์​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​มา​อยู่​ใน​หมู่​พวก​เรา​แล้ว” และ​พูด​ว่า “พระเจ้า​หัน​มา​สนใจ​ประชาชน​ของ​พระองค์​แล้ว” ชื่อเสียง​ของ​พระ​เยซู​ก็​เลื่อง​ลือ​ไป​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย​และ​ทั่ว​แถบ​นั้น”

(ลูกา 7:11-17)

พระเยซูคริสต์ฟื้นคืนชีพลูกสาวของไยรัส: "พระ​เยซู​พูด​ยัง​ไม่​ทัน​ขาด​คำ ก็​มี​คน​จาก​บ้าน​ของ​ไยรอส​มา​บอก​เขา​ว่า “ลูก​สาว​คุณ​ตาย​แล้ว คง​ไม่​ต้อง​รบกวน​อาจารย์​แล้ว​ล่ะ” เมื่อ​พระ​เยซู​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น จึง​บอก​ไยรอส​ว่า “ไม่​ต้อง​กลัว ขอ​ให้​เชื่อ​เถอะ ลูก​สาว​คุณ​จะ​ไม่​เป็น​อะไร” เมื่อ​ไป​ถึง​บ้าน​ของ​เขา พระ​เยซู​ไม่​ให้​ใคร​ตาม​เข้า​ไป​ด้วย​นอก​จาก​เปโตร ยอห์น ยากอบ และ​พ่อ​แม่​ของ​เด็ก ตอน​นั้น ผู้​คน​พา​กัน​ร้องไห้​คร่ำ​ครวญ​ที่​เด็ก​ตาย พระ​เยซู​จึง​พูด​ว่า “หยุด​ร้องไห้​เถอะ เด็ก​คน​นี้​ไม่​ได้​ตาย แต่​นอน​หลับ​อยู่”  พวก​เขา​ก็​หัวเราะ​เยาะ​เพราะ​รู้​ว่า​เด็ก​ตาย​แล้ว​จริง ๆ พระ​เยซู​จับ​มือ​เด็ก​และ​พูด​ว่า “หนู​น้อย ลุก​ขึ้น​มา​เถอะ” เด็ก​คน​นั้น​ก็​กลับ​มี​ชีวิต​อีก และ​ลุก​ขึ้น​มา​ทันที แล้ว​พระ​เยซู​ก็​บอก​ให้​พวก​เขา​เอา​อาหาร​มา​ให้​เธอ​กิน พ่อ​แม่​ของ​เด็ก​ดีใจ​มาก แต่​พระ​เยซู​สั่ง​พวก​เขา​ไม่​ให้​เล่า​เรื่อง​นี้​ให้​ใคร​ฟัง" (ลูกา 8:49-56)

พระเยซูคริสต์ฟื้นคืนชีพเพื่อนลาซารัสผู้ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อสี่วันก่อน: "พระ​เยซู​ยัง​ไม่​ได้​เข้า​หมู่​บ้าน ท่าน​ยัง​อยู่​ตรง​ที่​ที่​มาร์ธา​ไป​หา  เมื่อ​คน​ยิว​ที่​ปลอบ​ใจ​มารีย์​อยู่​ใน​บ้าน​เห็น​เธอ​รีบ​ออก​ไป พวก​เขา​ก็​ตาม​ไป​ด้วย เพราะ​คิด​ว่า​เธอ​จะ​ไป​ร้องไห้​ที่​อุโมงค์​ฝัง​ศพ เมื่อ​มารีย์​ได้​พบ​พระ​เยซู เธอ​ก็​หมอบ​ลง​แทบ​เท้า​ท่าน​แล้ว​พูด​ว่า “นาย​คะ ถ้า​ท่าน​อยู่​ที่​นี่ เขา​คง​ไม่​ตาย” เมื่อ​พระ​เยซู​เห็น​เธอ​ร้องไห้ และ​พวก​ยิว​ที่​มา​กับ​เธอ​ก็​ร้องไห้​ด้วย ท่าน​ก็​เศร้า​และ​สะเทือน​ใจ ท่าน​ถาม​ว่า “พวก​คุณ​ฝัง​ศพ​เขา​ไว้​ที่​ไหน?” พวก​เขา​ตอบ​ว่า “ตาม​มา​ดู​สิ นาย​ท่าน” แล้ว​พระ​เยซู​ก็​ร้องไห้​น้ำตา​ไหล พวก​ยิว​เห็น​อย่าง​นั้น​ก็​พูด​กัน​ว่า “ดู​สิ เขา​รัก​ลาซารัส​มาก​จริง ๆ” แต่​มี​บาง​คน​พูด​ว่า “ผู้​ชาย​คน​นี้​เคย​ทำ​ให้​คน​ตา​บอด​มอง​เห็น​ได้ แล้ว​เขา​ทำ​ให้​คน​นี้​รอด​ตาย​ไม่​ได้​หรือ?”

เมื่อ​ใกล้​ถึง​อุโมงค์​ฝัง​ศพ พระ​เยซู​ก็​รู้สึก​สะเทือน​ใจ​ขึ้น​มา​อีก อุโมงค์​นั้น​เป็น​ถ้ำ​และ​มี​หิน​ปิด​ปาก​ถ้ำ​ไว้ พระ​เยซู​สั่ง​ว่า “เลื่อน​หิน​ออก​ไป​สิ” มาร์ธา​ซึ่ง​เป็น​พี่​น้อง​กับ​ผู้​ตาย​บอก​ท่าน​ว่า “นาย​คะ ป่าน​นี้​ศพ​คง​เหม็น​แย่​แล้ว เพราะ​ตาย​มา​ตั้ง 4 วัน​แล้ว” พระ​เยซู​บอก​เธอ​ว่า “ผม​เคย​บอก​คุณ​แล้ว​ไม่​ใช่​หรือ​ว่า ถ้า​คุณ​เชื่อ คุณ​จะ​ได้​เห็น​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระเจ้า?” พวก​เขา​จึง​เลื่อน​หิน​ที่​ปิด​ปาก​ถ้ำ​ออก แล้ว​พระ​เยซู​ก็​แหงน​หน้า​มอง​ท้องฟ้า และ​พูด​ว่า “พ่อ​ครับ ผม​ขอบคุณ​ที่​พระองค์​ฟัง​คำ​ขอร้อง​ของ​ผม ผม​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า​พระองค์​ฟัง​ผม​เสมอ แต่​ที่​ผม​ขอ​คราว​นี้​ก็​เพื่อ​คน​ที่​ยืน​อยู่​รอบ ๆ พวก​เขา​จะ​ได้​เชื่อ​ว่า​พระองค์​ใช้​ผม​มา”  เมื่อ​พูด​จบ​แล้ว ท่าน​ก็​ร้อง​เรียก​เสียง​ดัง​ว่า “ลาซารัส ออก​มา” ลาซารัส​ที่​ตาย​ไป​แล้ว​ก็​เดิน​ออก​มา​ทั้ง ๆ ที่​ยัง​มี​ผ้า​พัน​มือ​และ​เท้า​อยู่ และ​ที่​หน้า​ก็​มี​ผ้า​พัน​ไว้​ด้วย พระ​เยซู​สั่ง​พวก​เขา​ว่า “เอา​ผ้า​พวก​นั้น​ออก​ให้​เขา​หน่อย เขา​จะ​ได้​เดิน​สะดวก”” (จอห์น 11:30-44)

พระเยซูคริสต์ทรงทำปาฏิหาริย์อื่น ๆ อีกมากมาย พวกเขาเสริมสร้างศรัทธาของเราหนุนใจเราและมองเห็นพรมากมายที่จะเกิดขึ้นบนโลก ถ้อยคำที่เป็นลายลักษณ์อักษรของอัครสาวกจอห์นสรุปปาฏิหาริย์จำนวนมหาศาลที่พระเยซูคริสต์ทำเพื่อรับประกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นบนโลก: "ที่​จริง พระ​เยซู​ยัง​ทำ​อะไร​อีก​มาก​มาย ถ้า​จะ​เขียน​ไว้​ทั้ง​หมด​ละ​ก็ ผม​คิด​ว่า​โลก​นี้​คง​ไม่​มี​ที่​พอ​จะ​เก็บ​ม้วน​หนังสือ​ทั้ง​หมด​นั้น​ได้" (จอห์น 21:25)

การสอนพื้นฐานของพระคัมภีร์

•พระเจ้ามีพระนามว่าพระยะโฮวา เราต้องนมัสการพระยะโฮวาเท่านั้น เราต้องรักพระองค์ด้วยพลังชีวิตทั้งหมดของเรา: “พระ​ยะโฮวา พระเจ้า​ของ​เรา พระองค์​สม​ควร​จะ​ได้​รับ​การ​ยกย่อง​สรรเสริญ ความ​นับถือ และ​ฤทธิ์​อำนาจ เพราะ​พระองค์​สร้าง​ทุก​สิ่ง ทุก​สิ่ง​มี​อยู่​และ​ถูก​สร้าง​ขึ้น​ตาม​ความ​ต้องการ​ของ​พระองค์” (อิสยาห์ 42: 8 วิวรณ์ 4:11 มัทธิว 22:37) (The Revealed Name; Worship Jehovah; In Congregation) พระเจ้าไม่ได้เป็นไตรลักษณ์

•พระเยซูคริสต์เป็นพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าในแง่ที่ว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตรเพียงอันเดียวของพระเจ้าที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้าโดยตรง: "“คน​เขา​พูด​กัน​ว่า ‘ลูก​มนุษย์’ เป็น​ใคร?”  พวก​เขา​ตอบ​ว่า “บาง​คน​บอก​ว่าเป็น​ยอห์น​ผู้​ให้​บัพติศมา บาง​คน​บอก​ว่า​เป็น​เอลียาห์ แต่​ก็​มี​บาง​คน​บอก​ว่า​เป็น​เยเรมีย์​หรือ​ไม่​ก็​เป็น​หนึ่ง​ใน​พวก​ผู้​พยากรณ์” พระ​เยซู​ถาม​พวก​เขา​ว่า “แล้ว​พวก​คุณ​ล่ะ คิด​ว่า​ผม​เป็น​ใคร?”  ซีโมน​เปโตร​ตอบ​ว่า “ท่าน​เป็น​พระ​คริสต์ ลูก​ของ​พระเจ้า​ผู้​มี​ชีวิต​อยู่” พระ​เยซู​จึง​บอก​เขา​ว่า “ซีโมน​ลูก​โยนาห์ ดีใจ​เถอะ เพราะ​ผู้​ที่​เปิด​เผย​เรื่อง​นี้​ให้​คุณ​รู้​คือ​พ่อ​ของ​ผม​ใน​สวรรค์ ไม่​ใช่​มนุษย์" (มัทธิว 16:13-17, ยอห์น 1:1-3) (Jesus Christ the Only Path; The King Jesus Christ) พระเยซูคริสต์ไม่ใช่พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพและพระองค์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตรีเอกภาพ

•พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า เขาไม่ใช่คน: "และ​พวก​เขา​ก็​เห็น​บาง​สิ่ง​เหมือน​เปลว​ไฟ​รูป​ร่าง​คล้าย​ลิ้น​ลอย​อยู่​เหนือ​พวก​เขา​แต่​ละ​คน" (กิจการ 2: 3) พระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของตรีเอกานุภาพ

•พระคัมภีร์เป็นพระวจนะของพระเจ้า: "พระ​คัมภีร์​ทุก​ตอน พระเจ้า​ดล​ใจ​ให้​เขียน​ขึ้น​มา มี​ประโยชน์​สำหรับ​สอน ว่า​กล่าว​ตักเตือน แก้ไข​สิ่ง​ต่าง ๆ ให้​เรียบร้อย และ​สั่ง​สอน​คน​ให้​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง เพื่อ​คน​ของ​พระเจ้า​จะ​มี​ความ​สามารถ​เพียง​พอ และ​มี​ความ​พร้อม​สำหรับ​งาน​ที่​ดี​ทุก​อย่าง" (2 ทิโมธี 3: 16,17) เราต้องอ่านศึกษาและประยุกต์ใช้ในชีวิตของเรา (สดุดี 1: 1-3) (Read the Bible Daily)

•เฉพาะความเชื่อในการเสียสละของพระคริสต์ช่วยให้สามารถให้อภัยบาปและรักษาและฟื้นคืนพระชนม์ของคนตาย: “พระเจ้า​รัก​โลก​มาก จน​ถึง​กับ​ยอม​สละ​ลูก​คน​เดียว*ของ​พระองค์ เพื่อ​ทุก​คน​ที่​แสดง​ความ​เชื่อ​ใน​ท่าน​จะ​ไม่​ถูก​ทำลาย แต่​จะ​มี​ชีวิต​ตลอด​ไป" (ยอห์น 3:16, มัทธิว 20:28) (อนุสรณ์แห่งความตายของพระเยซูคริสต์ ; The Memorial of the Death of Jesus Christ (Slideshow))

•ราชอาณาจักรของพระเจ้าเป็นรัฐบาลสวรรค์ที่ก่อตั้งขึ้นในสวรรค์เมื่อปีพ. ศ. 2457 ซึ่งกษัตริย์คือพระเยซูคริสต์พร้อมด้วยกษัตริย์และปุโรหิต 144,000 คนซึ่งเป็น"กรุงเยรูซาเล็มใหม่"ซึ่งเป็นเจ้าสาวของพระคริสต์รัฐบาลแห่งสวรรค์ของพระเจ้าจะยุติการปกครองของมนุษย์ในปัจจุบันในช่วงความทุกข์ทรมานที่ยิ่งใหญ่และจะได้รับการสถาปนาขึ้นบนแผ่นดินโลก: "ใน​สมัย​ที่​กษัตริย์​พวก​นั้น​ปกครอง​อยู่ พระเจ้า​ใน​สวรรค์​จะ​ตั้ง​รัฐบาล หนึ่ง ซึ่ง​จะ​ไม่​มี​วัน​ถูก​ทำลาย และ​รัฐบาล​นี้​จะ​ไม่​ตก​เป็น​ของ​คน​ชาติ​ไหน แต่​รัฐบาล​นี้​จะ​ทำลาย​อาณาจักร​ทั้ง​หมด​นั้น​ให้​สูญ​สิ้น​ไป และ​จะ​เป็น​รัฐบาล​เดียว​ที่​คง​อยู่​ตลอด​ไป" (วิวรณ์ 12: 7-12, 21: 1-4, มัทธิว 6: 9,10, ดาเนียล 2:44) (The End of Patriotism; The King Jesus Christ; The Earthly Administration of the Kingdom of God).

•ความตายเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับชีวิต วิญญาณตายและวิญญาณ (ชีวิต) หายไป: "อย่า​วางใจ​พวก​เจ้านาย หรือ​ไว้​ใจ​มนุษย์​ที่​ช่วย​ให้​รอด​ไม่​ได้ เมื่อ​เขา​หมด​ลม​หายใจ เขา​ก็​กลับ​เป็น​ดิน และ​ใน​วัน​นั้น​ความ​คิด​ของ​เขา​ก็​สูญ​หาย​ไป" (สดุดี 146: 3,4, ปัญญาจารย์ 3: 19,20, 9: 5,10)

•จะมีการคืนพระชนม์ของคนชอบธรรมและคนอธรรม(ยอห์น5:28,29,กิจการ24:15)ผู้ที่ไม่ชอบธรรมจะได้รับการตัดสินบนพื้นฐานของพฤติกรรมของพวกเขาในช่วงรัชสมัย 1000 ปี (ไม่ใช่จากพฤติกรรมในอดีตของพวกเขา) ซึ่งจะเริ่มขึ้นหลังจากความทุกข์ยากที่ยิ่งใหญ่: "แล้ว​ผม​ก็​เห็น​บัลลังก์​ใหญ่​สี​ขาว​กับ​ผู้​ที่​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​นั้น โลก​และ​ฟ้า​สวรรค์​หาย​วับ​ไป​จาก​สายตา​พระองค์ ไม่​มี​ที่​สำหรับ​โลก​และ​ฟ้า​สวรรค์​อีก​เลย แล้ว​ผม​ก็​เห็น​คน​ตาย​ทั้ง​ผู้​ใหญ่​ผู้​น้อย​ยืน​อยู่​ต่อ​หน้า​บัลลังก์​นั้น และ​ม้วน​หนังสือ​ต่าง ๆ ถูก​คลี่​ออก มี​ม้วน​หนังสือ​อีก​ม้วน​หนึ่ง​ถูก​คลี่​ออก​ด้วย คือ​ม้วน​หนังสือ​ที่​มี​ราย​ชื่อ​คน​ที่​จะ​ได้​ชีวิต แล้ว​คน​ตาย​ก็​ถูก​พิพากษา​ตาม​การ​กระทำ​ของ​ตัว​เอง​โดย​อาศัย​สิ่ง​ที่​เขียน​ไว้​ใน​ม้วน​หนังสือ​ต่าง ๆ นั้น ทะเล​ได้​ปล่อย​คน​ที่​ตาย​ใน​ทะเล ความ​ตาย​และ​หลุม​ศพ ก็​ปล่อย​คน​ตาย​ที่​อยู่​ใน​นั้น แล้ว​พวก​เขา​แต่​ละ​คน​ก็​ถูก​พิพากษา​ตาม​การ​กระทำ​ของ​ตัว​เอง" (วิวรณ์ 20: 11-13) (The Earthly Resurrection; The Administration of the Earthly Resurrection; The Judgment of the unrighteous)

•มีมนุษย์เพียง144,000คนเท่านั้นที่จะไปสวรรค์ด้วยพระเยซูคริสต์ฝูงชนที่ยิ่งใหญ่ที่กล่าวถึงในวิวรณ์7:9..17คือผู้ที่จะรอดพ้นความทุกข์ยากอันยิ่งใหญ่และจะมีชีวิตอยู่ตลอดไปในสวรรค์ของโลก: "และ​ผม​ได้​ยิน​ว่า​คน​ที่​ถูก​ประทับ​ตรา​มี​จำนวน 144,000 คน มา​จาก​ทุก​ตระกูล​ของ​ชาว​อิสราเอล คือ (...) หลัง​จาก​นั้น ผม​ก็​เห็น ดู​นั่น! มี​ชน​ฝูง​ใหญ่​ที่​ไม่​มี​ใคร​นับ​จำนวน​ได้ จาก​ทุก​ประเทศ ทุก​ตระกูล ทุก​ชน​ชาติ และ​ทุก​ภาษา ยืน​อยู่​หน้า​บัลลังก์​และ​หน้า​ลูก​แกะ​ของ​พระเจ้า พวก​เขา​สวม​เสื้อ​คลุม​ยาว​สี​ขาว และ​ถือ​ใบ​ปาล์ม (...) ผม​ตอบ​ทันที​ว่า “ท่าน​ครับ ท่าน​ก็​รู้​อยู่​แล้ว” เขา​จึง​บอก​ผม​ว่า “พวก​เขา​เป็น​คน​ที่​ผ่าน​ความ​ทุกข์​ยาก​ลำบาก​ครั้ง​ใหญ่ และ​ได้​ซัก​เสื้อ​คลุม​ของ​ตัว​เอง​และ​ทำ​ให้​ขาว​ด้วย​เลือด​ของ​ลูก​แกะ​ของ​พระเจ้า (วิวรณ์ 7: 3-8; 14: 1-5; 7:9-17) (The Heavenly Resurrection (144000); The Great Crowd)

•เราอยู่ในวันสุดท้าย สิ้นสุดจะเป็นความทุกข์ยากที่ยิ่งใหญ่ (มัทธิว 24,25, มาระโก 13, ลุค 21 วิวรณ์ 19: 11-21) การปรากฏตัว (Parousia) ของพระคริสตเจ้าเริ่มล่องหนตั้งแต่ปีพ. ศ. 2457 และจะสิ้นสุดลงเมื่อสิ้นสุดพันปี: "เมื่อ​พระ​เยซู​นั่ง​อยู่​บน​ภูเขา​มะกอก พวก​สาวก​เข้า​มา​ถาม​ท่าน​เป็น​ส่วน​ตัว​ว่า “ช่วย​บอก​หน่อย​ได้​ไหม​ครับ​ว่า เรื่อง​นี้​จะ​เกิด​ขึ้น​เมื่อไหร่ และ​จะ​มี​อะไร​เป็น​สัญญาณ​บอก​ให้​รู้​ว่า​ท่าน​ประทับ​อยู่ และ​บอก​ให้​รู้​ว่า​เรา​อยู่​ใน​สมัย​สุด​ท้าย​ของ​โลก​นี้?”" (มัทธิว 24: 3) (The King Jesus Christ)

•พระเจ้าจะทรงอำนวยพระพรแก่มนุษยชาติ: "แล้ว​ผม​ได้​ยิน​เสียง​ดัง​จาก​บัลลังก์​นั้น​บอก​ว่า “ดู​นั่น​สิ เต็นท์​ศักดิ์สิทธิ์ ของ​พระเจ้า​อยู่​กับ​มนุษย์​แล้ว พระองค์​จะ​อยู่​กับ​พวก​เขา และ​พวก​เขา​จะ​เป็น​ประชาชน​ของ​พระองค์ พระเจ้า​จะ​อยู่​กับ​พวก​เขา" (อิสยาห์ 11,35,65 วิวรณ์ 21: 1-5) (The Release)

•พระเจ้ายอมให้มีความชั่วร้าย นี่เป็นการตอบสนองต่อความท้าทายของซาตานต่อความชอบธรรมของอำนาจอธิปไตยของพระยะโฮวา (ปฐมกาล 3: 1-6) และยังให้คำตอบสำหรับข้อกล่าวหาของซาตานเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตมนุษย์ (โยบ 1: 7-12; 2: 1-6) พระเจ้าไม่รับผิดชอบต่อความทุกข์ทรมาน (ยากอบ 1:13) ความทุกข์ทรมานเป็นผลมาจากปัจจัยหลักสี่ประการ: มารอาจเป็นผู้หนึ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน (แต่ไม่เสมอไป) (โยบ 1: 7-12; 2: 1-6) (Satan Hurled) ความทุกข์ทรมานเป็นผลมาจากสภาพทั่วไปของเราที่สืบเชื้อสายของอาดัมซึ่งนำเราไปสู่ยุคแก่ความเจ็บป่วยและความตาย (โรม 5:12, 6:23) ความทุกข์ทรมานอาจเป็นผลมาจากการตัดสินใจของมนุษย์ที่ไม่ดี (ในส่วนของเราหรือของมนุษย์คนอื่น) เนื่องจากรัฐบาปที่ได้รับมาจากอาดัม (ดิวเทอโร 32: 5 โรม 7:19) ความทุกข์ทรมานอาจเป็นผลมาจาก "เหตุการณ์และเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง" ซึ่งทำให้บุคคลต้องผิดพลาดในเวลาที่ไม่ถูกต้อง (ปัญญาจารย์ 9:11) ชะตาไม่ได้เป็นคำสอนในพระคัมภีร์เราไม่ใช่ "ถูกบังคับ" เพื่อทำดีหรือชั่ว แต่เราจะเลือก "ดี" หรือ "ชั่ว" (ดิวเทอโร 30:15)

•เราต้องรับใช้ผลประโยชน์ของอาณาจักรของพระเจ้าโดยให้เรารับบัพติศมาและปฏิบัติตามสิ่งที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ (มัทธิว 28: 19,20) (Baptism) ท่าทางที่แข็งแกรมนี้ในการสนับสนุนอาณาจักรของพระเจ้าได้รับการเปิดเผยอย่างเปิดเผยโดยการประกาศข่าวประเสริฐอย่างสม่ำเสมอ (มัทธิว 24:14) (Good News)

 

สิ่งต้องห้ามในพระคัมภีร์

ความเกลียดชังถูกห้าม: "คน​ที่​เกลียด​พี่​น้อง​ก็​เป็น​ผู้​ฆ่า​คน และ​พวก​คุณ​ก็​รู้​ว่า​ผู้​ฆ่า​คน​จะ​ไม่​ได้​ชีวิต​ตลอด​ไป  เรา​ได้​มา​รู้​ว่า​ความ​รัก​เป็น​อย่าง​ไร​ก็​เพราะ​พระ​เยซู​สละ​ชีวิต​เพื่อ​เรา เรา​จึง​ควร​สละ​ชีวิต​เพื่อ​พี่​น้อง​ด้วย" (1 ยอห์น 3:15,16) การฆาตกรรมเป็นสิ่งต้องห้ามด้วยเหตุผลส่วนตัวด้วยความรักชาติทางศาสนาหรือโดยความรักชาติของรัฐ: "พระ​เยซู​บอก​คน​นั้น​ว่า “เก็บ​ดาบ​ใส่​ฝัก​ซะ เพราะ​ทุก​คน​ที่​ใช้​ดาบ​จะ​ตาย​ด้วย​ดาบ" (มัทธิว 26:52) (End of Patriotism)
การโจรกรรมเป็นสิ่งต้องห้าม: "คน​ที่​ขโมย​ก็​ให้​เลิก​ขโมย แล้ว​หัน​มา​ทำ​งาน​ที่​สุจริต​ด้วย​ความ​ขยัน​ขันแข็ง เพื่อ​จะ​ได้​มี​อะไร​แจก​ให้​คน​ขัดสน​บ้าง" (เอเฟซัส 4:28)

การโกหกต้องห้าม: "อย่า​โกหก​กัน ให้​ทิ้ง*ลักษณะ​นิสัย​เก่า กับ​สิ่ง​ต่าง ๆ ที่​เคย​ทำ" (โคโลสี 3:9)

ข้อห้ามอื่น ๆ :

"ดัง​นั้น ผม​เห็น​ว่า ไม่​ควร​ให้​คน​ต่าง​ชาติ​ที่​หัน​มา​หา​พระเจ้า​ต้อง​ยุ่งยาก​ลำบาก​ใจ  แต่​ให้​เขียน​บอก​พวก​เขา​ว่า​ให้​งด​เว้น​จาก​ของ​ที่​เซ่น​ไหว้​รูป​เคารพ จาก​การ​ผิด​ศีลธรรม​ทาง​เพศ จาก​สัตว์​ที่​ถูก​รัด​คอ​ตาย และ​จาก​เลือด" (กิจการ 15:19,20)

สิ่งที่ได้รับการปนเปื้อนจากไอดอล: นี่คือ "สิ่ง" ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติทางศาสนาที่ขัดต่อพระคัมภีร์ไบเบิลการเฉลิมฉลองวันหยุดของชาวป่าเถื่อน นี่อาจเป็นแนวทางปฏิบัติทางศาสนาก่อนการฆ่าหรือการบริโภคเนื้อสัตว์: "เนื้อ​ที่​ขาย​กัน​ตาม​ตลาด​นั้น​กิน​ได้​โดย​ไม่​ต้อง​ถาม​ว่า​มา​จาก​ไหน คุณ​ไม่​ต้อง​กังวล เพราะ “โลก​และ​ทุก​สิ่ง​ใน​โลก​เป็น​ของ​พระ​ยะโฮวา” ถ้า​คน​ที่​ไม่​มี​ความ​เชื่อ​เชิญ​คุณ​ไป​กิน​อาหาร​และ​คุณ​ก็​อยาก​ไป ก็​ให้​กิน​ทุก​อย่าง​ที่​เขา​จัด​มา​ให้​และ​ไม่​ต้อง​ถาม​อะไร​เพื่อ​เห็น​แก่​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​ของ​คุณ แต่​ถ้า​มี​ใคร​บอก​ว่า “นี่​เป็น​ของ​ไหว้” ก็​อย่า​กิน เพื่อ​เห็น​แก่​คน​ที่​บอก​คุณ​และ​เพื่อ​เห็น​แก่​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​ด้วย ผม​ไม่​ได้​หมาย​ถึง​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​ของ​คุณ​เอง แต่​ของ​คน​ที่​บอก​คุณ ผม​มี​สิทธิ์​จะ​กิน​ก็​จริง แต่​ผม​ไม่​ต้องการ​ใช้​สิทธิ์​นั้น​แล้ว​ถูก​ตัดสิน​โดย​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​ของ​คน​อื่น ถ้า​ผม​ขอบคุณ​พระเจ้า​และ​กิน​ของ​นั้น แล้ว​คน​อื่น​ตำหนิ​ผม ผม​ควร​จะ​กิน​ไหม?" (1 โครินธ์ 10:25-30)

"อย่า​มี​ส่วน​ร่วม​อะไร​กับ​คน​ที่​ไม่​เชื่อ เพราะ​ความ​ดี จะ​มี​ส่วน​ร่วม​กับ​ความ​ชั่ว​ได้​อย่าง​ไร? ความ​สว่าง​จะ​เข้า​กับ​ความ​มืด​ได้​หรือ? พระ​คริสต์​กับ​เบลีอัล จะ​ไป​ด้วย​กัน​ได้​ไหม? คน​ที่​เชื่อ​จะ​มี​อะไร​เหมือน​กับ​คน​ที่​ไม่​เชื่อ?  วิหาร​ของ​พระเจ้า​จะ​มี​รูป​เคารพ​ได้​หรือ? เรา​เป็น​วิหาร​ของ​พระเจ้า​ผู้​มี​ชีวิต​อยู่ เหมือน​ที่​พระองค์​บอก​ไว้​ว่า “เรา​จะ​อยู่​กับ​พวก​เขา+และ​จะ​ไป​ด้วย​กัน​กับ​พวก​เขา เรา​จะ​เป็น​พระเจ้า​ของ​พวก​เขา​และ​พวก​เขา​จะ​เป็น​ประชาชน​ของ​เรา” “พระ​ยะโฮวา*จึง​สั่ง​ว่า ‘ดัง​นั้น ออก​มา​จาก​พวก​เขา​และ​แยก​อยู่​ต่าง​หาก เลิก​แตะ​ต้อง​สิ่ง​ที่​ไม่​สะอาด’” “‘และ​เรา​จะ​รับ​พวก​เจ้า​ไว้’” “พระ​ยะโฮวา*ผู้​มี​พลัง​อำนาจ​สูง​สุด​บอก​ว่า ‘เรา​จะ​เป็น​พ่อ​ของ​พวก​เจ้า และ​พวก​เจ้า​จะ​เป็น​ลูก​ชาย​ลูก​สาว​ของ​เรา’” (2 โครินธ์ 6:14-18)

อย่าเคารพบูชากฎเกณฑ์ทางศาสนาไอดอล มีความจำเป็นที่จะต้องทำลายวัตถุหรือรูปเคารพที่นับถือรูปเคารพรูปกางเขนรูปปั้นเพื่อจุดประสงค์ทางศาสนา (มัทธิว 7: 13-23) อย่าปฏิบัติลัทธิไสยเวท: เวทมนตร์, โหราศาสตร์ ... เราต้องทำลายวัตถุทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับลัทธิไสยเวท (กิจการ 19:19, 20)

อย่าดูภาพยนตร์หรือภาพลามกอนาจารหรือภละย่อยสลาย งดเว้นจากการเล่นการพนันการใช้ยาเสพติดเช่นกัญชาพลูยาสูบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่วนเกิน: "ดัง​นั้น พี่​น้อง​ครับ พระเจ้า​กรุณา​ต่อ​คุณ​มาก​จริง ๆ ผม​จึง​ขอร้อง​คุณ​ให้​ถวาย​ร่าง​กาย เป็น​เครื่อง​บูชา​ที่​มี​ชีวิต ที่​บริสุทธิ์  ที่​พระเจ้า​ยอม​รับ​ได้ การ​ทำ​อย่าง​นี้​เป็น​การ​รับใช้​ที่​ศักดิ์สิทธิ์​โดย​ใช้​ความ​สามารถ​ใน​การ​คิด​หา​เหตุ​ผล​ของ​คุณ" (โรม 12: 1, มัทธิว 5: 27-30, สดุดี 11: 5)

การผิดศีลธรรมทางเพศ (การผิดประเวณี): การล่วงประเวณี, เพศที่ไม่ได้แต่งงาน (ชาย / หญิง), ชายและหญิงรักร่วมเพศ, และพฤติกรรมทางเพศที่บิดเบือน: "พวก​คุณ​ไม่​รู้​หรือ​ว่า​คน​ทำ​ชั่ว​จะ​ไม่​ได้​รับ​รัฐบาล​ของ​พระเจ้า? อย่า​หลอก​ตัว​เอง​เลย คน​ทำ​ผิด​ศีลธรรม​ทาง​เพศ คน​ไหว้​รูป​เคารพ+ คน​เล่นชู้ ผู้​ชาย​ที่​สนอง​ความ​ใคร่​ผู้​ชาย​ด้วย​กัน+ ผู้​ชาย​รัก​ร่วม​เพศ ขโมย คน​โลภ คน​ขี้เมา คน​ปาก​ร้าย และ​คน​ชอบ​รีด​ไถ จะ​ไม่​ได้​รับ​รัฐบาล​ของ​พระเจ้า" (1 โครินธ์ 6:9,10) "ให้​ชีวิต​สมรส​เป็น​แบบ​ที่​น่า​นับถือ​ใน​สายตา​ของ​ทุก​คน และ​ให้​สามี​ภรรยา​ซื่อ​สัตย์​ต่อ​กัน เพราะ​พระเจ้า​จะ​ตัดสิน​ลง​โทษ​คน​ทำ​ผิด​ศีลธรรม​ทาง​เพศ และ​คน​เล่นชู้" (ฮีบรู 13:4)

มีภรรยาหลายคน เป็นสิ่งต้องห้าม คุณต้องอยู่กับผู้หญิงคนแรกเท่านั้น เพื่อกรุณาพระเจ้า (1 ทิโมธี 3:2) การสำเร็จความใคร่เป็นสิ่งต้องห้ามในพระคัมภีร์: "ดัง​นั้น ให้​กำจัด​แนว​โน้ม​แบบ​โลก​ซึ่ง​อยู่​ใน​อวัยวะ​ของ​พวก​คุณ คือ​การ​ผิด​ศีลธรรม​ทาง​เพศ* การ​กระทำ​ที่​ไม่​สะอาด ความ​ใคร่​แบบ​ที่​ไม่​มี​การ​ควบคุม ความ​ต้องการ​ที่​ก่อ​ความ​เสียหาย และ​ความ​โลภ​ซึ่ง​เท่า​กับ​เป็น​การ​ไหว้​รูป​เคารพ" (โคโลสี 3:5)

ห้ามกินเลือดแม้ในการบำบัดรักษา (การถ่ายเลือด): "แต่​เนื้อ​ที่​ยัง​มี​เลือด​อยู่​นั้น​พวก​เจ้า​อย่า​กิน เพราะ​เลือด​หมาย​ถึง​ชีวิต" (ปฐมกาล 9:4) (The Sacred Blood; The Sacred Life)

ทุกสิ่งที่ถูกประณามจากพระคัมภีร์ไม่ได้สะกดออกมาในการศึกษาพระคัมภีร์ฉบับนี้คริสเตียนที่มีวุฒิภาวะและมีความรู้เกี่ยวกับหลักการของพระคัมภีร์จะรู้ความแตกต่างระหว่าง "ดี" กับ "ความชั่ว" แม้ว่าจะไม่ได้เขียนไว้ในพระคัมภีร์โดยตรงก็ตาม: "แต่​อาหาร​แข็ง​เป็น​อาหาร​สำหรับ​ผู้​ใหญ่ ซึ่ง​ได้​ฝึก​ใช้​ความ​คิด จน​แยก​ออก​ว่า​อะไร​ถูก​อะไร​ผิด" (ฮีบรู 5:14) (SPIRITUAL MATURITY)

การระลึกถึงความตายของพระคริสต์

วัตถุประสงค์หลัก

จะทำอย่างไร?

เมนูหลัก (ภาษาฝรั่งเศส)

 

MENÚ PRINCIPAL DEL SITIO BÍBLICO EN ESPAÑOL

O MENU PRINCIPAL DO SITE BÍBLICO EM PORTUGUÊS

MAIN MENU OF THE BIBLICAL WEBSITE IN ENGLISH

MENU PRINCIPAL DU SITE BIBLIQUE EN FRANÇAIS

 

TWITTER

FACEBOOK

FACEBOOK BLOG